ความทรงจำถึงป๊า (อยากบอกป๊าอีกพันครั้ง ล้านครั้ง ว่า ม๊า, เจ๊, เมย์, แบงค์ พวกเราทุกคนรักป๊ามากที่สุด)


ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ เวลานั่งรถป๊า ป๊าจะเปิดเพลง แล้วก็ร้องตาม มีเพลงจีนบ้าง สุนทราภรณ์บ้าง แล้วผมก็ร้องตาม ผมชอบเสียงร้องเพลงของป๊า

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ป๊าพาผมกะเจ๊ไปเขาดิน ไปดูสัตว์เยอะแยะ พาไปดูหนังที่โรงหนังตั๋วใบละ 20 บาท เป็นหนังจีน มีสิงโตวิเศษ เฝ้าสมบัติอะไรซักอย่าง พอผู้ร้ายจะมาขโมย ก็โดนสิงโตกัดจนกางเกงตรงก้นขาด สนุกมาก ผมชอบให้ป๊าพาไปเที่ยว

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ป๊าไปฮ่องกง ซื้อหุ่นยนต์ Transformers (สมัยนั้นมีการ์ตูนเรื่องนี้แล้ว เชื่อผมเถอะ) มาให้เกือบ 20 ตัว มีทั้งที่เป็นเครื่องบิน รถยนต์ มอไซด์ ฯลฯ ผมดีใจสุดๆ เอาไปอวดเพื่อนแถวบ้านทุกคน ว่าป๊าซื้อหุ่นยนต์เยอะแยะมาฝากจากเมืองนอก

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ป๊าจะมีเมนูใหม่ๆ แปลกๆ และอร่อยมากๆ ผม เจ้ ม๊า ชิม เป็นมื้อดึกเสมอๆ แต่ป๊าจะทำได้ครั้งเดียว ให้ทำอีกครั้งก็จะไม่เหมือนเดิม เพราะป๊าลืมสูตรไปแล้ว ป๊าสอนให้ผมทอดซี่โครงหมูให้หอม ทอดปลาให้กรอบไปถึงก้าง ป๊าทำได้แม้กระทั่ง กั๊งทอดกระเทียม หูฉลาม กระเพาะปลา เพื่อนๆบอกว่า มากินข้าวที่บ้าน เหมือนกับนั่งกินโต๊ะจีนอยู่ที่เหลา

ผมจำได้ว่า ตอนเรียน ม.ต้น ป๊าจะพาพนักงานที่บริษัท ไปเที่ยวทะเลปีละครั้ง แล้วให้ผมชวนเพื่อนๆไปด้วย แล้วป๊าก็ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้พวกเราทุกคนกิน เพื่อนๆทุกคนชมว่า กับข้าวของป๊าอร่อยมากๆ ผมภูมิใจที่ป๊าเป็นพ่อครัวมือฉมัง

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ เราจะเช่าวีดีโอ ละครจีนเป็นชุดๆ มีทั้ง มังกรหยก ชอลิ้วเฮียงภาคถล่มวังค้างคาว ละครชีวิต อ้อมอกแม่ภาค 1-4 ละครจีนเกี่ยวกับตำรวจ ที่พระเอกชื่อผู้หมวด จางเหว่ยเจี๋ย ทุกภาค มานั่งดูด้วยกันโต้รุ่ง บางครั้งผมก็หลับบนตักป๊าในห้องดูทีวี

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ผมหลับไปบนเตียงข้างๆป๊า แล้วตื่นขึ้นมากลางดึงบนเก้าอี้ในห้องดูทีวี ป๊าอุ้มผมออกมาเพราะว่า ฝนตก แล้วหลังคารั่ว น้ำฝนหยดลงบนเตียง ผมเข้าใจเอาเองทีหลังตอนที่โตแล้ว ว่าป๊าอุ้มผมมาเพราะไม่อยากปลุก ไม่อยากให้ลูกตื่น

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ทุกคืนวันศุกร์ คืนวันเสาร์ ป๊าจะไปรับผมมาจากบ้านอาม่า แล้วก็พาไปเยาวราช ปล่อยผมลงหน้าร้าน ฮั่ว เซ่ง ฮง ให้เงินผม 200 แล้วผมก็ลงไปบอกพ่อครัวที่ยืนอยู่หน้าร้านว่า เอาหูฉลาม ถุงละ 100  เอา 2 ถุงครับแล้วก็เอากลับบ้าน เราแบ่งกันกิน 4 คน พ่อ แม่ ลูก เฮียที่เป็นพ่อครัวยังจำผมได้จนทุกวันนี้ (แกก็ยังยืนอยู่ที่เตาทำหูฉลามหน้าร้านจนทุกวันนี้)

ผมจำได้ว่า ผมอยากได้ รองเท้า Nike Air อยากได้ กล้องวีดีโอ เป็นของขวัญวันเกิด ป๊าก็พาไปเลือก แล้วซื้อ รองเท้าคู่ละ สามพันห้า ซื้อกล้องวีดีโอ ตัวละ สองหมื่น (ราคาเมื่อสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว) ให้เป็นของขวัญ ทั้งที่กว่าป๊าจะซื้อเสื้อใส่เองตัวละไม่กี่ร้อย ป๊าดูแล้ว ดูอีก คิดแล้วคิดอีก เวลาพวกเราซื้อเสี้อ ซื้อรองเท้าให้ป๊า บางครั้งพวกเราต้องโกหก บอกราคาถูกๆ เพราะป๊าชอบบอกว่า มันแพงเกินไป ป๊ายอมลำบากทุกอย่าง แต่กับครอบครัว ป๊า ถึงไหนถึงกัน

ผมจำได้ว่า ผมชอบให้ป๊ากินเบียร์ตอนตรุษจีน เพราะท่าเป็นคนคอแป๊ป (เดียว) ที่สุด เท่าที่ผมเคยเห็นมา กินเบียร์ไปแค่ครึ่งแก้ว ก็หน้าแดง หัวเราะอารมณ์ดี แจกตังค์ให้ผมกะเจ้แล้ว

ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ตอนอากง อาม่ายังอยู่ ป๊าไปหาท่าน ทุกอาทิตย์ ผมเห็นป๊านั่งคุยกับอากง ที่เตียง คอยพยุงให้อากงนั่ง คุยกันเป็นภาษาจีน ผมไม่รู้เรื่องหรอกว่าท่านคุยอะไรกัน แต่ผมรู้สึกได้ว่า ป๊า รัก อากง อาม่า มากๆ แม้กระทั่ง ตอนที่ อากง อาม่า เสียไปแล้ว ผมก็ยังเห็นป๊าไปนั่งคุยกับอากงอาม่า ทุกปี ตอนที่ไปเช็งเม้ง ผมภูมิใจที่ท่านเป็นลูกที่กตัญญูที่สุดคนนึง

ผมจำได้ว่า ตอนที่อาโกวอาเจ๊ก ไม่สบาย ป๊าจะเป็นคนที่คอยดูแลเอาใจใส่ พาผม เจ๊ ม๊าไปเยี่ยม พาอาโกวไปหาหมอ ให้พี่เลี้ยงที่บ้านคอยทำกับข้าวแล้วเอาไปส่งให้ถึงบ้านของพวกอาโกว อาเจ๊ก ป๊ารักและดูแลพี่น้องทุกคนเป็นอย่างดี ไม่ว่าใครจะเจ็บป่วย ไม่สบาย ลำบากเดือดร้อนอะไร ป๊าจะเป็นคนแรก ที่ไปหา ไปดูแล ขนาดไปตลาด ป๊ายังจ่ายตลาดเผื่อ อาแปะ แล้วให้ผมขับรถเอาไปให้ ผมภูมิใจที่ท่านเป็นคนรักพี่น้อง ครอบครัวมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

ผมจำได้ว่า ตอนเรียนเอแบค มีอยู่วันนึง ป๊าเรียกให้ผมกลับบ้านเร็ว ผมรู้สึกหงุดหงิด เพราะ อยากอยู่มหาลัย อยากอยู่กับเพื่อน พอกลับมาถึงบ้าน ป๊ายื่นกุญแจรถให้ บอกว่าเป็นของขวัญวันเกิด ผมรู้สึกผิดและละอายใจ ที่หงุดหงิดใส่ป๊า

ผมจำได้ว่า ตอนผมกะเจ้เรียนปริญญาโท ที่ซิดนีย์ เจ้เป็น Home Sick เหงาและคิดถึงบ้าน โทรกลับไปหาป๊า ม๊า เกือบทุกวัน ป๊าให้ม๊ามาอยู่เป็นเพื่อนลูกๆ 2 เดือนเต็มๆ ป๊ายอมลำบากทุกอย่าง ตัวเองจะซื้ออะไรแค่ไม่กี่ร้อย ป๊าคิดแล้ว คิดอีก แต่กับลูกๆ ป๊าทุ่มเทให้ทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรที่ท่านทำให้ได้ ท่านทำให้หมดทุกอย่าง

ตอนผมทำงานได้ซักพัก ป๊าบอกให้ผมเรียนปริญญาเอก ท่านบอกว่า ดีนะ เป็นด๊อกเตอร์ มีเกียรติ มีคนนับถือ ผมไม่สนใจ ผมหงุดหงิดว่าทำไมป๊าจะต้องขีดเส้นทุกอย่างเหมือนผมเป็นเด็กๆ 

ผมจำได้ว่า ป๊าเป็นคนที่ชอบรถที่มีที่นั่งเยอะๆ ตอน Wish ออกใหม่ ท่านบอกว่า บ้านเราต้องมีอย่างงี้ซักคัน จะได้นั่งกันได้สบายๆ หลังจากนั้น ท่านลองนั่ง Wish ที่ซื้อให้น้องสาวของผมขับ ท่านบอกว่า ไม่สบายเลย นั่งแล้วยังกะนั่งรถกระบะแล้วพอมี Fortuner ออกมา ท่านก็พูดคำเดิมว่า บ้านเราต้องมีอย่างงี้ซักคัน จะได้นั่งกันได้สบายๆ คราวนี้เราแย้งป๊าว่า ป๊า นี่แหละรถกระบะ เดี๋ยวป๊าก็ไม่ชอบอีกหรอกพวกเรายังขำกันอยู่เลย

 
และแล้ว....................................

วันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา ผมพาป๊าไปหาหมอ เพราะท่านบอกว่า เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ผมเป็นห่วงป๊า แต่ก็คิดว่า ป๊าคงไม่เป็นอะไรมาก ระหว่างรอผลการตรวจ พวกเราเดินไปทานสุกี้ด้วยกันทั้งครอบครัว ผมนั่งข้างป๊า เรากินกันอย่างมีความสุข โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า นั่นเป็นการทานอาหารนอกบ้านด้วยกันทั้งครอบครัวเป็นมื้อสุดท้าย ..................

ผลการตรวจบอกว่า ท่านเป็นมะเร็งที่ตับอ่อน ระยะสุดท้าย... เหมือนโลกทั้งใบสลายไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่สุดในชีวิตของผม ป๊าไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ป๊าไม่เที่ยวสำมะเลเทเมา ป๊าชอบไปที่วัด ไปทำบุญ ไปช่วยบูรณะวัด สร้างกุฎิ ป๊าทำกับข้าวทานเองที่บ้านเกือบทุกมื้อ ความเสี่ยงของป๊าต่ำมาก ป๊าเป็นคุณพ่อตัวอย่าง แล้วทำไม............

ป๊าเข้มแข็งมากๆ ท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ท่านจะสู้ เราพยายามทำทุกอย่าง ทุกทาง แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ท่านเริ่มเข้าโรงพยาบาลบ่อยขึ้น ม๊าจะเป็นคนเฝ้าป๊าตอนกลางวัน ส่วนผมเองจะเฝ้าท่านที่ ร.พ. ตอนกลางคืน ก่อนป๊าจะเข้า ร.พ. ครั้งสุดท้าย ท่านบอกพวกเราว่า ชีวิตของป๊าคงจบแล้ว ชีวิตป๊ามาถึงแค่นี้เองเหรอ สงสัยคราวนี้คงไม่ได้กลับมาบ้านแล้วพวกเราไม่เคยคิดว่าคำพูดนั้นจะเป็นจริง.......

ตอนป๊าอยู่โรงพยาบาล มะเร็งลุกลามกระจายทั่ว ป๊าผอมลงเรื่อยๆ จับไปที่ไหนก็เจอแต่กระดูก ยกเว้นท้องที่บวมเพราะน้ำ ป๊าทรมานจนนอนไม่ได้ ตอนกลางคืน ผมต้องคอยพลิกตัวให้ป๊า แทบจะทุกๆ 5 นาที พอถึงเช้า ป๊าบอกม๊าว่า เมื่อคืนนี้แบงค์ไม่ได้นอนเลย คืนนี้ให้กลับไปนอนที่บ้านนะป๊ายังคงเป็นห่วงลูกๆ ทั้งๆที่ท่านไม่อยากให้คนอื่นมาเฝ้าแทน

พวกเรารู้ว่าป๊าทรมานมาก ท่านทานยานอนหลับคืนละ 2 เม็ด แต่หลับไม่ลงเลย บางครั้ง 3 วันติดกันที่ท่านไม่ได้นอนแม้แต่งีบเดียว ท่านผอมลงๆ จนเห็นกระดูกได้ชัดไปทั้งตัว กล้ามเนื้อที่เคยมี ก็ลีบลง ป๊าแทบจะไม่มีแรงพูด แค่ยกแขนป๊าก็เหนื่อยแล้ว กลืนน้ำก็สำลัก ผมเห็นม๊ากอดป๊าไว้ แล้วบอกว่า รักป๊ามากแค่ไหน ผมกับพี่น้องนั่งน้ำตาซึมอยู่ข้างหลัง

ช่วงเวลาสุดท้ายของท่าน พวกผมหาซีดีธรรมะมาเปิดให้ท่านฟัง ผมอัญเชิญพระใส่ไว้ในมือป๊าไว้ ม๊าจับมือป๊า แล้วสวดคาถาชินบัญชรให้ป๊าฟัง ม๊ากอดท่านไว้ แล้วบอกว่า หมี แบงค์ เมย์ พวกเราทุกคนอยู่นี่แล้ว เดี๋ยวให้แบงค์พาป๊าไปเที่ยวที่วัดเทวราชกุญชรนะ ไปดูวัดสวยๆที่ป๊าช่วยบูรณะ ใครไปใครมาก็ชมว่าสวย ถามว่าใครเป็นคนทำ ท่านเจ้าคุณ(เจ้าอาวาส) ก็บอกว่า โยมปิงเป็นคนทำ ป๊าดีใจรึเปล่า เดี๋ยวเราไปเที่ยวที่วัดพร้อมกัน พ่อ แม่ ลูก นะป๊า ตำตอบที่ได้ยินชัดที่สุดของป๊า จับใจความได้ว่า ไม่มีเวลาแล้ว

วันนั้น พวกเราพยายามกลั้นน้ำตา แล้วบอกป๊าว่า ป๊า... ป๊าเหนื่อยแล้ว ป๊าก็นอนเถอะนะ ป๊าจะได้หลับฝันดี ฝันเห็นท้องฟ้าสวยๆ เห็นทะเล น้ำใสๆ ปลาสวยๆว่ายไปมาเยอะแยะ เห็นภูเขาเขียวๆ มีต้นไม้ใหญ่ๆเต็มไปหมด เห็นนกสวยๆบินไปมา เห็นวัดที่ป๊าไปช่วยบูรณะจนสวยงาม ป๊าเหนื่อยแล้ว ป๊านอนเถอะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ป๊าไม่ต้องห่วง ม๊า กะเมย์นะ เดี๋ยวแบงค์ กะเจ้ จะดูแลเอง แบงค์ กะเจ้จะทำหน้าที่แทนป๊าให้ดีที่สุด เมย์ก็จบโทแล้ว เดี๋ยวก็ทำงานแล้ว ป๊าไม่ต้องกลัวพวกเราจะลำบากนะ พวกเราจะมีความสุข พวกเรารักป๊าที่สุดเลย ป๊าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ป๊าพักผ่อนเถอะนะ มีพระท่านอยู่กับป๊า ป๊าไม่ต้องกลัว ป๊าเป็นลูกที่ดี เป็นพี่น้องที่ดี ป๊าเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกของพวกเรา ป๊าทำบุญ ป๊าช่วยคนมาเยอะแยะแล้ว ป๊าไม่ต้องกลัวนะ ให้พระท่านนำทางป๊านะ ให้ป๊าหลับให้สบาย นอนหลับฝันดี ให้ป๊าเจอแต่สิ่งที่ดีๆนะ

ป๊ายังคงเป็นห่วงพวกเราจนวาระสุดท้าย ป๊าจากพวกเราไปหลังจากพวกคุณลุงมาบอกท่านว่า ลื้อไม่ต้องเป็นห่วงลูกเมียหรอก เดี๋ยวจะดูแลให้เอง หลานๆก็เหมือนลูก อั๊วไม่ทิ้งหรอก ลื้อเหนื่อยแล้วก็นอนเถอะ ผมคิดว่าป๊าคงยังคงมีสติอยู่ตลอดเวลา ท่านได้ยินทุกคำพูด รับรู้ทุกอย่างที่พวกเราบอก ผมเห็นน้ำตาของป๊าก่อนที่ป๊าจะหลับไป... ตลอดกาล......  

ก่อนที่ทางโรงพยาบาลจะพาร่างของป๊าออกไปจากห้อง สิ่งสุดท้ายที่ผมสามารถทำได้ ก็แค่ กราบที่เท้าของป๊า อธิฐานขออโหสิกรรมในสิ่งไม่ดีต่างๆที่เราเคยทำไว้กับป๊า บอกป๊าว่า พวกเราดีใจมากเพียงไร ที่เกิดมาเป็นลูกของป๊า หากภพชาติหน้ามีจริง ก็ขอให้พวกเราได้เป็นลูกของป๊าอีก ขอให้ป๊าไปดี ไม่ต้องกังวลใดๆทั้งสิ้น ต่อจากนี้ไปทุกๆคนในครอบครัวผมจะดูแลเอง และจะทำให้ดีที่สุด

วันนี้ป๊าไม่อยู่แล้ว พวกเรายังคงคิดถึงป๊าเสมอ พวกเราเห็นม๊ายังคงร้องไห้คิดถึงป๊า เวลาที่พวกเรามีความสุขด้วยกันทั้งครอบครัว มันช่างน้อยเหลือเกิน พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับป๊า ในตอนที่ท่านแข็งแรงดี ถึงแม้พวกเราจะมีโอกาสได้ทดแทนพระคุณของป๊าบ้าง ในช่วงเวลาที่ป๊าไม่สบาย แต่มันช่างน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับสิ่งยิ่งใหญ่มากมายที่ป๊าให้พวกเรามา  เวลาที่เราใช้ร่วมกันในช่วงสุดท้ายของท่าน เป็นหมือนโอกาสที่ท่านให้เราเพื่อทดแทนพระคุณของท่าน แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรามีความสุขร่วมกันเลย.....

และโอกาสที่จะตอบแทนท่าน มันหมดไปแล้ว และจะไม่มีวันย้อนกลับมาอีกเลย.......

มันอาจจะสายเกินไปสำหรับผม แต่ผมอยากให้ ลูก ทุกคนได้อ่านแล้วลองทบทวนดูว่า พวกคุณกำลังเดินตามรอยผมรึเปล่า ผมให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆรอบตัว แต่ละเลยที่จะให้ความสำคัญกับท่าน ทำงานกลับบ้านค่ำๆมืดๆ บางวันก็แค่ เดินเข้าไปเรียก ป๊า.. กลับมาแล้วแล้วก็ขลุกอยู่แต่ในห้อง นานๆ ทีก็พาท่านไปทานข้าวนอกบ้านบ้าง แต่ไม่ได้พาท่านไปเที่ยวไหนเลย ผมไม่เคยคิดว่า ป๊าจะจากพวกเราไปเร็วขนาดนี้ กว่าจะรู้สึกตัว ท่านก็จากพวกเราไปแล้วตลอดกาล....

เราไม่รู้หรอกว่า คุณพ่อ คุณแม่ของพวกเรา ท่านจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน อยากให้ ลูก ทุกคนที่ได้อ่านเรื่องนี้ รักคุณพ่อ คุณแม่ ให้มากๆ บอกรักท่าน กอดท่าน หอมท่าน ดูแลท่านให้เต็มที่ ในวันที่คุณยังมีโอกาส อย่าไปโกรธท่านเวลาที่ท่านดุด่าว่ากล่าว ให้คิดซะว่า ยังไงก็พ่อ ยังไงก็แม่ หากท่านไม่อยู่กับเราแล้ว  เราจะมานึกเสียใจทีหลังว่า ไม่น่าทำแบบนี้กับท่านเลย มันก็สายเกินไปแล้ว




ทายกันหน่อยสิครับ ว่าอันนี้คืออะไร.......



มันคือตัวล็อคความเร็วของน้องหมาล่ะ 

ไม่ให้มันวิ่งไล่กัดกัน หรือวิ่งไล่คน มันชอบ วิ่งไล่รถมอเตอร์ไซค์ กับรถจักรยานครับ เจ้าของเลยแก้ด้วยวิธี เอาไอ้เจ้าไม้นี่แหละ แขวนไว้ที่คอมัน ถ้ามันวิ่งเร็ว ไม้มันก็จะตีขาครับ วิ่งไม่ออก  งงอ่ะดิ๊........ 




© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help